วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

การศึกษาโลก

       การศึกษาโลก
การศึกษาในประชาคมอาเซียน

1.ชื่อเรื่อง
         คุยกับดำรง พุดตาล มาตรฐานการศึกษาไทย
ข้อสรุปที่ได้   
          ประเทศไทยได้อันดับที่8 ของการจัดอันดับของ ‘‘World Economic Forum- 2013-2014’’ ซึ่งเป็นอันดับเกือบสุดท้ายของอาเซียน โดยประเทศสิงคโปร์เป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน โดยประเทศสิงคโปร์จะเน้นงบประมาณการศึกษาเป็นอันดับที่1 แต่ประเทศไทยนำงบประมาณของประเทศไปทำอย่างอื่น ทำให้งบประมาณการศึกษาอยู่ที่อันดับ 9

ข้อคิดที่ได้    
ประเทศไทยควรจัดสรรงบประมาณการศึกษาให้เกิดประโยชน์มากกว่าเดิม โดยอาจส่งเสริมให้เด็กได้เรียนหนังสืออย่างมีคุณภาพ

2.ชื่อเรื่อง 
            การขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ประชาคมอาเซียน
ข้อสรุปที่ได้
            ดร.สุรินทร์  พิศสุวรรณ ได้กล่าวว่าอยากให้คนไทยต้องเตรียมตัวเองเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างแท้จริง ใน 4 ด้าน1. การปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมอง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างที่หลากหลาย
2. ภาษา ความสามารถในการสื่อสาร โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางของ AEC ในอนาคต
3. ความเป็นเลิศทางวิชาการเท่านั้นที่จะเป็นหลักประกันและช่วยให้อยู่รอด
4. คนไทยต้องมีความทะเยอทะยานในการที่จะให้ลูกหลานบรรลุจุดสูงสุดตามศักยภาพที่เขามีอยู่
ข้อคิดที่ได้   
            ก่อนจะเปิดอาเซียนนั้น ควรจะเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่อาเซียนให้มากกว่านี้ แม้มันจะระยะสั้นๆแล้ว ณ ตอนนี้ แต่มันก็ไม่สายเกินไปที่เราจะปรับตัวใหม่ให้เข้ากับประชาคมอาเซียนและรวมถึงประชาคมโลกอย่างกว้างๆ

3.ชื่อเรื่อง    
         การศึกษาไทยในประชาคมอาเซียน ตอนที่ 1
ข้อสรุปที่ได้    
      กระทรวงศึกษาธิการได้รองรับการเตรียมความพร้อมของอุดมศึกษาไทยในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยที่ผ่านนโยบายที่รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งควรมีนโยบายในการปรับตัวและการเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแก่มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ข้อคิดที่ได้     
            ขั้นตอนแรกสำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา คือต้องเตรียมความพร้อมอย่างมีคุณภาพเพื่อที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และรัฐบาลควรคำนึงถึงความเจริญและก้าวหน้าของประเทศชาติให้มากกว่านี้

4.ชื่อเรื่อง         
         การศึกษาไทยในประชาคมอาเซียน ตอนที่ 2
ข้อสรุปที่ได้
   
           ประเทศไทยจะต้องใช้ความต่อเนื่องของนโยบาย ต้องใช้ความทุ่มเท ต้องใช้สมรรถภาพของหน่วยงาน คือ ความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ เพราะปัญหาภายในของประเทศไทยที่เปลี่ยนนโยบาย ไม่มีความต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมตัวเพื่อได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งที่ฐานอื่นดีกว่าคนอื่น

ข้อคิดที่ได้    
    ประเทศไทยควรตื่นตัวแก่การปรับปรุงการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพมากกว่านี้ มิใช่มีแต่คำว่า เรียน ให้ผ่านพ้นไปวันๆ แต่การเรียนนั้น ควรได้มาพัฒนาคุณภาพคนมากกว่าเรียนไปเพื่อจำและไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวผู้เรียนแต่อย่างใดเลย

5. ชื่อเรื่อง
      การศึกษาไทยในประชาคมอาเซียน ตอนที่ 3
ข้อสรุปที่ได้
     ปัจจุบันการศึกษาหาความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ในข่าว ในหนังสือพิมพ์ ในอินเตอร์เน็ต และอื่นๆอีกมากมาย ในปัจจุบันนี้การเรียนภาษาต่างประเทศคือการมีกุญแจทองคำใหญ่ๆที่จะไขไปสู่อนาคตได้ การเรียนการสอนต้องเน้นให้ให้เด็กคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และหลีกเลี่ยงการท่องจำ
ข้อคิดที่ได้
      ความรู้ไม่ได้มีแค่เพียงในหนังสือเรียนเพียงอย่างเดียว แต่มีอยู่รอบด้านรอบตัวเรา

6.ชื่อเรื่อง    
    การศึกษาในประเทศสิงคโปร์
ข้อสรุปที่ได้    
     การพัฒนาการศึกษาของคนในชาติสิงคโปร์สร้างความสำคัญเป็นอย่างมากต่อระบบการศึกษาของสิงคโปร์ซึ่งคงเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก  สิงคโปร์ประกาศว่าจะเป็นศูนย์กลางทางการศึกษามาตรฐานโลกโดยจะให้โอกาสเท่าเทียมกันในด้านการศึกษาเป็นพื้นฐานและจะดึงดูดคนต่างประเทศเข้ามาศึกษาในประเทศสิงคโปร์ให้มากมาย  โดยรัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาเป็นอย่างดี
ข้อคิดที่ได้    
          ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่รู้จักการวางแผนปรับปรุงการศึกษาเสมอให้ล้ำหน้าโลก ทำให้สิงคโปร์มีระบบการศึกษาที่ดีของโลกเป็นอันดับที่ 3

7.ชื่อเรื่อง    
        การศึกษาในประเทศเวียดนาม
ข้อสรุปที่ได้
           ปัญหาการศึกษาและระบบการศึกษาของเวียดนามมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย โดยการจัดการศึกษาของเวียดนามมีการแบ่งเป็นสายสามัญกับสายอาชีพเช่นเดียวกับไทย การศึกษาของเวียดนามเน้นการท่องจำให้เก่ง เพื่อไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่พอจบมาคนเหล่านี้จะทำให้เกิดปัญหาประชาชนว่างงานล้นประเทศเวียดนาม ดังนั้นเวียดนามจึงเร่งการแก้ไขปัญหาการศึกษาเช่นเดียวกัน

ข้อคิดที่ได้    
            สำหรับประเทศไทยก็เหมือนกับประเทศเวียดนาม ที่ผู้เรียนนั้น อ่านเพื่อจำแต่ไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์แต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยก็ควรที่จะมีการแก้ไขปัญหาแก่การศึกษาไทยเหมือนกับประเทศเวียดนาม ที่กำลังประสบปัญหากับการว่างงานของชาวเวียดนาม

8. ชื่อเรื่อง    
        การศึกษาในประเทศลาว
ข้อสรุปที่ได้   
         การเปลี่ยนเป็นประเทศอุตสาหกรรมและทันสมัยของประเทศลาวนั้น เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น แต่ต้องยึดการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เร่งดำเนินการปฏิรูประบบการศึกษาแห่งชาติให้มีคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงขึ้น โดยมุ่งเน้น “สร้างคนลาวให้เป็นพลเมืองดี มีการศึกษา ’’

ข้อคิดที่ได้     
             ประเทศที่จะเจริญและมีความก้าวหน้าได้นั้น ต้องมีการศึกษาเป็นหัวใจและปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนาชีวิตของคนในประเทศและความเจริญของประเทศ การศึกษาเป็นการค้ำจุนแก่มวลมนุษยชาติทั้งหลายให้มีความอยู่รอด


9.ชื่อเรื่อง     
      การศึกษาในประเทศมาเลเซีย
ข้อสรุปที่ได้   
        รัฐบาลของประเทศมาเลเซียต้องการพัฒนามาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศทางด้านการศึกษาในภูมิภาคนี้โดยมีการวางแผนพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผลของการพัฒนาเห็นได้ชัดจากการที่มีนักเรียนต่างชาติเดินทางเข้ามาศึกษาที่ประเทศมาเลเซียสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อคิดที่ได้    
       ประเทศมาเลเซียมีความพยายามที่พัฒนาประเทศตนเองให้เป็นเลิศทางวิชาในภูมิภาคอาเซียน และเป็นที่ยอมรับของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

10.ชื่อเรื่อง    
        การศึกษาในประเทศอินโดนีเซีย
ข้อสรุปที่ได้     
            การศึกษาในประเทศอินโดนีเซียไม่มีแผนการเรื่องการแข่งขันกับนานาชาติ หรือการจะเป็นการศึกษาอินเตอร์ในภูมิภาคนี้ เพราะการเป็นชาติระดับแนวหน้าของโลกมุสลิม ไม่ให้ความสำคัญกับตะวันตก โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนด้านภาษาต่างประเทศ ในทางกลับกันประเทศอินโดนีเซียมักให้น้ำหนักไปที่การศึกษาในเชิงศาสนาอิสลามและจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งทางด้านการศึกษาของอินโดนีเซียก็คือ การเน้นการศึกษาวิชาชีพให้กับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา

ข้อคิดที่ได้    
        ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาษาอาหรับมากกว่าภาษาอังกฤษ โดยไม่เน้นการปฏิรูปแบบเร่งด่วน

11.ชื่อเรื่อง    
       การศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์
ข้อสรุปที่ได้    
        เป็นประเทศที่ทันสมัยในอาเซียน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการศึกษาที่สำคัญในเอาเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจาก ประเทศฟิลิปปินส์มีหลักสูตรการศึกษาอันทันสมัยแบบเดียวกับสหรัฐอเมริกาและการศึกษาในรูปแบบอเมริกานี้มีส่วนช่วยให้เกิดการตื่นตัวทางสังคมและเกิดปัญญาชนใน ประเทศฟิลิปปินส์และฟิลิปปินส์ยังใช้รูปแบบการศึกษาแบบอเมริกาในสถานศึกษามาจนถึงปัจจุบัน

ข้อคิดที่ได้    
                    ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารที่สุดและภาษาอังกฤษก็คงเป็นภาษากลางในอาเซียน

12.ชื่อเรื่อง    
      การศึกษาในประเทศบรูไน
ข้อสรุปที่ได้    
        ประเทศบรูไนไม่มีการศึกษาภาคบังคับ แต่รัฐให้การศึกษาแก่ประชาชนเพื่อมุ่งพัฒนาให้มีความสามารถด้านสติปัญญาและมีความสุข และให้เรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย บรูไนใช้ทั้งภาษามลายูและภาษาอังกฤษสอนเด็กตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ภาษามลายูสอนวิชาความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม พลศึกษา ศิลปะ ส่วนภาษาอังกฤษใช้สอนวิชาหลัก วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เป็นต้น

ข้อคิดที่ได้    

            ประเทศบรูไนเป็นประเทศที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกมีความอิสระต่อการเรียนและทำให้มีความสุขสำหรับการเรียน

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

บทที่ 3 วิวัฒนาการของการศึกษาไทย

บทที่ 3 วิวัฒนาการของการศึกษาไทย

1.แนวคิดทางการศึกษาของไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียน มีสาระสำคัญอะไรบ้าง
ตอบ แนวคิดทางการศึกษาไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียนและชั้นเรียน มีวัดเป็นแหล่งให้ความรู้ มีพะภิกษุเป็นผู้สอนเพียงเพื่อประกอบวิชาชีพ ความรู้ส่วนใหญ่ที่ถ่ายทอดจะไม่มีการจดบันทึกใช้การท่องจำ
2. สมัยกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยา การจัดการศึกษาเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรอธิบาย
ตอบ แตกต่างกัน เพราะ สมัยกรุงศรีอยุธยามีการติดต่อกับชาวตะวันตก มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนา ส่วนสมัยสุโขทัยไม่มีไม่มีการติดต่อต่างชาติและการศูนย์กลางการเรียน คือ วัดเท่านั้น
3. อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนมีระบบโรงเรียนมีอะไรบ้าง
ตอบ  ภัยคุกคามจากประเทศมหาอำนาจ แนวคิดและวิทยาการต่างๆของชาวตะวันตก
และการติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้น
4. การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีความก้าวหน้าอย่างไร
ตอบ การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
เริ่มนำวิทยาการใหม่ จัดพพิมพ์ตำราเรียน เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาไทยในสมัยต่อไป
5. แบบเรียนเล่มแรกของไทยชื่อ เกิดในสมัยใด ตรงกับรัชกาลใด มีที่มาอย่างไร
ตอบ จินดามณี เกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่มาคือ ฝรั่งได้มาติดต่อค้าขายและเผยแพร่ศาสนา มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนา ประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรก รับวิชาการแบบยุโรปและแต่งแบบเรียน คือ จินดามณี เป็นแบบเรียนเล่มแรกของไทย
6. การจัดการศึกษาภาคบังคับ มีลักษณะอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ มีความรู้ทั้งฝ่ายสามัญและวิสามัญ เพื่อรับผิดชอบชั่วดี นำวิชาไปประกอบอาชีพและการเป็นพลเมืองที่ดี
7. การจัดการศึกษาไทยที่เรียกว่า มาติกาศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย 
ยกเหตุผล
ตอบ การศึกษามีศูนย์กลางคือ วัด มาติกาศึกษามี 8 มาติกา ดังนี้
         1.ตำบลที่เล่าเรียนคือ ตำบลของวัด
         2.โรงเรียน คือ ที่เรียนของวัด เช่น หอฉัน หอสวดมนต์ และวิหาร
         3.นักเรียนและครู มี 3 ประเภท คือ ภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด
         4.เวลาเรียน คือ ตอนพระว่าง
         5.เครื่องเล่าเรียน คือ กระดานชนวน ดินสอพอ และปากกาไม้ไผ่
         6.วิชาหนังสือ คือ หนังสือเรียน
         7.วิชาเลข คือ เลขคณิตวิธีต่างๆ
         8.ข้อบังคับการเรียน คือ ระเบียบวินัย การลงโทษ
8. การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับสมัยใด จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ สมัยรัชการที่ 5 เพราะต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถไปพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองเทียมเท่าทันประเทศที่พัฒนาแล้ว
9. การปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ เห็นด้วย เพราะปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการศึกษามากขึ้น ทำให้การเรียนสามารถเรียนทางไกลและสะดวกในการใช้สื่อค้นคว้าความรู้ได้ง่าย

10. ท่านเข้าใจการจัดการศึกษาเข้าสู่สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างไร
ตอบ ยุทธศาสตร์ การเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอาเซียน พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพและโอกาสทางการศึกษาและเพิ่มคุณภาพการศึกษา จัดมาตรฐานการศึกษาตลอดชีวิตและพัฒนาวิชาชีพครู ตลอดจนสังคม

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

ปรัชญาการศึกษา

1.ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม
    ครูเป็นผู้จัดกิจกรรมที่เน้น การมีส่วนร่วมและความสนใจของผู้เรียนใช้วิธีสอนแบบปรัชญาตามหลักวิทยาศาสตร์ครูเป็นผู้ชี้แนะจัดกิจกรรม
2.ปรัชญาสารัตนนิยม
    ด้านการเรียนรู้ สร้างวินัยในตนเอง ครูผู้สอน การศึกษามาจากครูมิใช่ผู้เรียน ครูเป็นผู้ให้นักเรียนเป็นผู้รับหลักสูตรเน้นเนื้อหาวิชา
 3.ปรัชญานิรันตรนิยม
    โรงเรียนส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม
เน้นระเบียบวินัย ผู้สอนเป็นศูนย์กลาง ใช้วิธีการบรรยาย 

4.ปรัชญาปฏิรูปนิยม
    สร้างความเสมอภาค โรงเรียนจะต้องจัดกิจกรรมอย่างอิสระ ยืดหยุ่น
ผู้เรียนได้รับประสบการณ์และทักษะตามวิถีทางประชาธิปไตย
5.ปรัชญาอัตถิภาวะนิยม
  มุ่งที่จะพัฒนาผู้เรียนดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ภายในตัวเองออกมา แสดงออกมาอย่างอิสระ ครูเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น
6.พุทธปรัชญา
    พัฒนาความรู้ ความจำ นิสัย และอื่นๆในทางที่เหมาะสม
เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

วิวัฒนาการศึกษาไทย


วิวัฒนาการศึกษาไทย

ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ
    การศึกษาไทยสมัยโบราณ มีบ้านและวัดเป็นศูนย์กลาง
 ชายไทยส่วนใหญ่ มักจะนิยมบวชเรียน   
    หญิงไทย มักจะนิยมเรียนเย็บปักถักร้อย

ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย
   ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
     1. ผู้ชายเน้นบวชเป็นพระ ศึกษาพระไตรปิฏก
     2.
ผู้หญิงเน้นการเป็นกุลสตรีที่ดี การเป็นแม่บ้านแม่บ้านเพื่อให้ตัวเองเป็น     ภรรยาที่ดีของสามี

 สถานศึกษาในสมัยสุโขทัย
    1. บ้าน เป็นสถานที่เริ่มต้นของผู้ชายและผู้หญิงทุกคน โดยอบรมบ่มเพาะจากครอบครัว
    2. 
วัด เป็นสถานที่ที่ศึกษาสำหรับผู้ชาย ศึกษาพระไตรปิฏก จริยธรรม คุณธรรม เพื่อ      เตรียมตัวบวชเรียน
    3. 
สำนักราชบัณฑิต สำหรับผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ศึกษาวิชาชีพที่สูงขึ้นมา
    4. 
วัง สำหรับเชื้อราชวงศ์ ศึกษาเกี่ยวกับยุทธหัตถี การปกครองบ้านเมือง
ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
 ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา แบ่งออกเป็น 2 แบบ
    1. แบบทหาร ทหารเรียนเกี่ยวกับ การใช้หอก การใช้ดาบ การใช้ง้าว การศึกษาวิชาต่างๆ เรียนการขี่ช้างขี้ม้า เพื่อไปปกป้องบ้านเมือง จากศัตรู
    2. แบบพลเรือน ชายจะศึกษาพระไตรปิฏก เลข ภาษาและโหราศาสตร์ ส่วนพลเรือนหญิงเรียนไปเพื่อออกเรือนส่วนมากจะเกี่ยวกับการเย็บปักถักร้อยและการทำอาหาร
 รูปแบบการจัดการศึกษาสมัยอยุธยา
     1. การศึกษาวิชาสามัญ เน้นการอ่านเขียน เรียนเลข พระโหราธิบดีได้แต่งแบบเรียน ชื่อ จินดามณี
     2. การศึกษาทางด้านศาสนา ชายไทยต้องบวชเรียนเขียนอ่านมาก่อน จึงมีโอการเป็นข้าราชการ
     3. การศึกษาทางด้านภาษาศาสตร์และวรรณคดี
     4. การศึกษาของผู้หญิง มีการเรียนวิชาชีพ
     5. การศึกษาวิชาการด้านทหาร


ประวัติศาสตร์สมัยธนบุรี
          ศูนย์กลางการศึกษาอยู่ที่วัด พ่อและแม่จะพาลูกไปฝากที่วัด โดยมีพระสงฆ์สอนหนังสือ
หนังสือที่ใช้เรียน คือหนังสือ จินดามณี การศึกษาด้านอาชีพ พ่อและแม่ทำอาชีพอะไรก็จะสอนให้ลูกทำอาชีพนั้น เช่น การแกะสลัก งานช่างต่างๆ
ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์
           พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้จัดการศึกษาไว้โดยให้ชายไทยเข้าวัดเพื่อฝึกอ่านเขียนได้รู้ถึงพิธีกรรม และรู้หลักคำสอนของพุทธศาสนา ส่วนชั้นบุตรหลานนั้นเน้นการเรียนเรื่องปรัชญา เครื่องกล  แต่ในยุคสมัยนี้ ไม่ส่งเสริมให้กุลสตรีไทยได้รับการศึกษามากนักแต่ก็ยังมีบางส่วนที่อ่านออกเขียนได้
ประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบัน
         ประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบัน ได้เริ่มมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 ได้นำเอาการศึกษาทางตะวันตก มาพัฒนาการศึกษาเพื่อให้ประเทศเทียบเท่ากับชาติตะวันตก และที่สำคัญมีการเลิกทาสทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในด้านการศึกษา ปัจจุบันเด็กเริ่มหันไปสนใจติวเตอร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ความสำคัญของการศึกษาในโรงเรียนลดลง

ประวัติการศึกษาไทยและพัฒนาการศึกษาไทย

การศึกษาของประเทศไทยในอดีต อยู่ตามบ้าน วัด และวัง
          การศึกษาในบ้าน จะเป็นการฝึกฝนด้านวิชาชีพ ความรู้สำหรับตระกูล ผู้หญิงจะเรียนวิชาชิพเพื่อที่จะเป็นแม่บ้านแม่เรือน
วัด เป็นสถานศึกษาสำหรับชาย ก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญทางด้านการศึกษามากนัก เน้นหนักทางด้านจริยธรรมและภาษาบาลีเพื่อเป็นการบวชเรียนต่อไป
วัง มีการสอนหนังสือสูงกว่า แต่ก็อยู่ในวงจำกัดเฉพาะพระราชวงศ์และข้าราชการในสำนัก
         พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกรุณาโปรดให้มีการสอนภาษาอังกฤษในราชสำนัก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนระบบการศึกษาจากระบบเดิมเป็นระบบตะวันตก ทรงตั้งโรงเรียนหลวง ทรงเปิดโรงเรียนพระราชตำหนักสวนกุหลาบ ในปี2427 ทรงจัดให้คนทุกชั้นมีการศึกษาเท่าเทียมกัน

 

ปฏิรูปการศึกษาไทย 

คุณภาพการศึกษาไทยที่พบเจอในโลกจริง
     1. เด็กไทยอ่านออกเขียนได้ในระดับที่จำกัด
     2. เด็กไทยจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับสูง
     3. ท่องจำแต่ไม่เข้าใจ
     4. บัณฑิตไม่สามารถทำงานได้ ทำงานไม่เป็น เป็นต้น
ทักษะมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งทักษะ มี 4 ทักษะ ดังนี้
      1. ทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
     2. ทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม
     3. ทักษะการติดต่อสื่อสาร
     4. ทักษะการใช้ชีวิต

ปฏิรูปการศึกษาไทย 2

เป้าหมายของการศึกษาที่ดี
  มุ่งให้พัฒนาด้าน IQ  EQ และ SQ